เที่ยว Okinawa ครั้งแรก 5 วัน 4 คืน ขับรถชิลริมทะเล เก็บครบจุดไฮไลต์ที่ต้องไป แวะคาเฟ่ ดูฉลามวาฬยักษ์
- tiewjourney

- 8 มิ.ย.
- ยาว 4 นาที

แจกแพลนเที่ยวโอกินาว่า (Okinawa) ครั้งแรก 5 วัน 4 คืน ขับรถลุยเองแบบจัดเต็ม! พาเช็คอินพิกัดฮิต Okinawa Churaumi Aquarium, American Village, ข้ามสะพานเกาะโคอุริ และช้อปปิ้ง Kokusai Dori เดินทางง่าย ถ่ายรูปสวย อ่านจบเซฟแพลนตามรอยเราได้เลย Vlog เที่ยว Okinawa
Content นี้มีอะไรบ้าง
Introduction : Okinawa
แพลนเที่ยว 5 วัน 4 คืน - Day 1 สวัสดีโอกินาว่า เริ่มต้นทริปแบบชิลๆ
แพลนเที่ยว 5 วัน 4 คืน - Day 2 ตะลุยตลาดปลา เช็คอินฟีลอเมริกันริมทะเล
แพลนเที่ยว 5 วัน 4 คืน - Day 3 โลกใต้ทะเลอลังการ และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก
แพลนเที่ยว 5 วัน 4 คืน - Day 4 เปิดประทุนลุยเกาะแห่งความรัก Kouri Island
แพลนเที่ยว 5 วัน 4 คืน - Day 5 ซาซิมิฉ่ำๆ คาเฟ่สุดฮิป และบอกลาโอกินาว่า


Introduction : Okinawa
เมือง Okinawa คือจังหวัดที่อยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศญี่ปุ่นประกอบด้วยหมู่เกาะเล็กๆ หลายเกาะในทะเลจีนตะวันออกโดยเกาะหลักชื่อว่า เกาะโอกินาวา (Okinawa Island) เป็นที่ตั้งของเมืองหลวง “นาฮะ (Naha)”ซึ่งมีสนามบินนานาชาติ เป็นจุดเริ่มต้นของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ใครกำลังมองหาที่เที่ยวญี่ปุ่นฟีลซัมเมอร์ ไม่ต้องพกเสื้อโค้ตหนาๆ ให้หนักกระเป๋า เราอยากชวนมาทำความรู้จักกับโอกินาว่า (Okinawa) จังหวัดที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่นกัน ทำเลของเกาะนี้อยู่ระหว่างเกาะคิวชูของญี่ปุ่น กับเกาะไต้หวัน ทำให้มีภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อน ต้นไม้เขียวชอุ่ม ทะเลสีฟ้า และอากาศอบอุ่นตลอดปี เรียกได้ว่าเป็น "ญี่ปุ่นในเวอร์ชันซัมเมอร์"
ก่อนจะมาเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น ย้อนกลับไปเมื่อ 400 ปีก่อน โอกินาวาเคยเป็น “อาณาจักรริวกิว (Ryukyu Kingdom)” ริวกิวเป็นรัฐเอกราชที่มีการค้ากับจีน สยาม และประเทศอื่นๆ จนกระทั่งช่วงศตวรรษที่ 17 ญี่ปุ่นเข้ามาควบคุมและโอกินาวาก็ถูกผนวกเข้าเป็นจังหวัดหนึ่งในปี ค.ศ. 1879 สิ่งที่หลงเหลืออยู่จนวันนี้คือวัฒนธรรมที่แตกต่างจากญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ทั้งภาษา ดนตรี เครื่องแต่งกาย และอาหารคนโอกินาวาบางส่วนยังพูดภาษาริวกิวดั้งเดิม และมีพิธีกรรมประจำท้องถิ่นที่ไม่เหมือนใคร
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โอกินาวาเป็นพื้นที่ต่อสู้ที่รุนแรงที่สุดในญี่ปุ่น มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากทั้งทหารและพลเรือนหลังสงคราม ทหารอเมริกันได้เข้ามาตั้งฐานทัพบนเกาะและปกครองโอกินาวาอยู่ถึงปี ค.ศ. 1972 ก่อนจะส่งคืนให้ญี่ปุ่นดูแล
แต่การเข้ามาของสหรัฐฯ ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารแบบอเมริกัน ถนนบางเส้นที่ตั้งชื่อตามแบบฝรั่งหรือแม้แต่ไอศกรีม Blue Seal และเบอร์เกอร์ A&W ที่คนโอกินาวาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กหลายคนจึงเรียกโอกินาวาว่าเป็น “ญี่ปุ่นที่มีกลิ่นอายอเมริกัน”
ปัจจุบัน โอกินาว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่คนชอบมาพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่ต้องรีบตื่นเช้า ไม่ต้องเบียดกับใครในขบวนรถไฟ ที่นี่มีครบทุกรสชาติจริงๆ ตั้งแต่ทะเลสีเทอร์ควอยซ์ หาดทรายขาวๆ คาเฟ่น่ารักริมทะเล ไปจนถึงตลาดปลาท้องถิ่น โอกินาว่าคือความรู้สึกใหม่ๆ ในญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยผู้คนน่ารักๆ ที่ใช้ชีวิตกันแบบชิลๆ

การเดินทาง
เช่ารถขับ
สำหรับการมาเที่ยวโอกินาว่า เราขอแนะนำให้ เช่ารถขับ จะตอบโจทย์และเที่ยวได้สนุกที่สุด เพราะถนนขับง่าย วิวสองข้างทางสวยมาก และสถานที่ท่องเที่ยวฮิตๆ มักจะกระจายตัวอยู่นอกเมือง การมีรถคือไปไหนมาไหนสะดวกสุดๆ แวะถ่ายรูปได้ตามใจชอบ ซึ่งการขับรถเที่ยวในญี่ปุ่นนั้นง่ายกว่าที่คิดเยอะ ถนนที่นี่ค่อนข้างดี ป้ายบอกทางชัดเจน และระบบนำทาง GPS ก็ใช้งานสะดวกมาก
สามารถเช่ารถผ่านเว็บไซต์ Tocoo! Rent a Car ซึ่งเป็นเว็บไซต์จองรถเช่าของญี่ปุ่นที่รองรับภาษาไทย หน้าเว็บใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน มีรถหลายประเภทให้เลือกตามงบและจำนวนคน แถมยังมีตัวเลือกแพ็คเกจที่รวมประกันแบบครอบคลุม และอุปกรณ์เสริมอย่าง Wi-Fi, ETC Card, GPS เป็นภาษาอังกฤษด้วย ใครที่ไม่เคยขับรถในญี่ปุ่นมาก่อนก็ไม่ต้องกังวล เพราะทุกขั้นตอนชัดเจน และมีทีมซัพพอร์ต
(รับส่วนลดอีก 1,000 เยน เมื่อจองรถ 10,000 เยนขึ้นไป)
*โค้ดนี้ใช้จองก่อน 30 กันยายน 2026 แต่สามารถจองรถได้ถึงกุมภาพันธ์ 2027
(รับส่วนลดอีก 3,000 เยน เมื่อจองรถ 20,000 เยนขึ้นไป)
*โค้ดนี้ใช้จองรถได้ถึง 30 มิ.ย. 2026

แต่ถ้าใครไม่สะดวกขับรถล่ะ เที่ยวได้ไหม? คำตอบคือ เที่ยวได้แน่นอน!
ถ้าเที่ยวในตัวเมืองนาฮะ (Naha): สะดวกสบายมาก เพราะมีรถไฟโมโนเรล (Yui Rail) วิ่งผ่านจุดสำคัญๆ ทั้งสนามบิน ถนนช้อปปิ้ง และปราสาทชูริ
ถ้าออกนอกเมือง: อาจจะลำบากขึ้นนิดนึง เพราะต้องพึ่งพารถบัสประจำทาง (Local Bus) ซึ่งต้องเช็ครอบเวลาให้ดี หรือจะเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์แบบ One Day Trip ที่มีรถบัสพาเที่ยวตามจุดฮิตๆ อย่างอควาเรียมหรือ American Village ก็เป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับคนไม่มีรถ
แพลนเที่ยว Okinawa 5 วัน 4 คืน
Day 1 สวัสดีโอกินาว่า เริ่มต้นทริปแบบชิลๆ
BKK - OKA
• เดินทางจาก Bangkok > Okinawa
• มีรถจากบริษัทรถเช่ามารับไปเอารถ
• พักที่ Hotel Art Stay Naha Kokusai St.
วันแรกของทริปเราเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ บินไปโอกินาวาด้วยสายการบิน Vietjet โดยต้องแวะต่อเครื่องที่ไทเปประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งก็คือกำลังดีเลยสำหรับคนที่ไม่ชอบนั่งเครื่องบินนานๆ ได้ลงไปเดินยืดเส้นยืดสายแบบไม่เหนื่อยเกินไป แถมสะดวกมากเพราะสายการบินเค้าทำ check thru กระเป๋าให้ตั้งแต่กรุงเทพฯ เราไม่ต้องเอากระเป๋าลงมาเช็คอินใหม่ให้วุ่นวาย พอถึงสนามบินโอกินาวา ก็มีรถของบริษัทรถเช่ามารับไปที่ออฟฟิศเพื่อรับรถที่จองไว้ ซึ่งเราจองผ่านเว็บ Tocoo! Rent a Car เป็นแพลตฟอร์มที่รวมรถเช่าหลายเจ้าให้เลือกง่ายดี คืนแรกเราเลือกพักที่ Hotel Art Stay Naha Kokusai St. ที่ตั้งอยู่บนถนน Kokusai ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งชื่อดังของเมืองนาฮะ บรรยากาศคือคึกคัก เดินเล่นสบาย มีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของน่ารักๆ เต็มไปหมด เป็นการเริ่มต้นทริปแบบชิลๆ ให้ร่างกายได้พักก่อนลุยเที่ยวจริงในวันถัดไป


Day 2 ตะลุยตลาดปลา เช็คอินฟีลอเมริกันริมทะเล
Makishi Fish Market / A&W Makiminato / Blue Seal / American Village
• Dinner at YAKINIKU
• พักที่ Okinawa Kariyushi LCH Resort
วันที่สองของทริป เราเริ่มต้นวันด้วยการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม Hotel Art Stay Naha Kokusai St. แล้วเริ่มขับรถเที่ยวโอกินาวาแบบจริงจังวันแรก แพลนวันนี้คือขับขึ้นเหนือเรื่อยๆ โดยจุดแรกที่แวะคือ Makishi Public Market ตลาดปลาท้องถิ่นใจกลางเมืองนาฮะ ที่นี่คือโลคอลมากๆ เป็นตลาดที่คนท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยวแวะมาหาอาหารทะเลสดๆ กัน มีทั้งปลาดิบ ชุดข้าวหน้าปลาดิบ ของกินเล่นแบบญี่ปุ่นๆ หรือจะเดินเลือกวัตถุดิบแล้วให้ร้านข้างๆปรุงให้เลยก็ได้ อารมณ์เหมือนโอมากาเสะแบบบ้านๆ แต่สดและราคาดีมาก







อิ่มกันแล้วก็ขับต่อไปที่ A&W สาขา Makiminato ที่พิเศษเพราะนี่คือ สาขาแรกของ A&W ในญี่ปุ่น เปิดมาตั้งแต่ปี 1963 บรรยากาศคือเหมือนย้อนยุคกลับไปอเมริกาสมัยก่อน ทั้งดีไซน์ร้าน แก้วรูทเบียร์ที่เป็นแก้วหนาเย็นเจี๊ยบ แล้วก็เบอร์เกอร์แบบสูตรดั้งเดิมที่หากินยากมากในญี่ปุ่น







จาก A&W ขับต่อมาแค่ประมาณ 5 นาที เราก็ถึง Blue Seal สาขา Makiminato ร้านไอศกรีมที่เกิดในโอกินาวาและกลายเป็นหนึ่งในไอคอนของเกาะนี้ รสชาติคือมีเอกลักษณ์สุดๆ ทั้งรสอเมริกันแบบวานิลลา ช็อกโกแลต หรือรสโอกินาวาอย่างเกลือทะเล มันม่วง และชาร์โคล ร้านนี้มีหลายสาขา แต่สาขานี้คือออริจินัล บรรยากาศน่ารัก ถ่ายรูปออกมาสวยมาก









ช่วงบ่ายเราไปเดินเล่นที่ American Village เมืองจำลองสไตล์อเมริกันริมทะเลที่กลายเป็นแลนด์มาร์กของโอกินาวาไปแล้ว ที่นี่มีทั้งร้านเสื้อผ้า คาเฟ่ ของที่ระลึก และมุมถ่ายรูปเยอะมาก อยู่ยาวๆ ไปจนเย็นเพื่อรอดู Sunset ที่ริมทะเล บอกเลยว่าสีท้องฟ้าตัดกับชิงช้าสวรรค์กับทะเลคือสวยมากจริงๆ










มื้อเย็นเรากินปิ้งย่างที่ร้าน YAKINIKU ใน American Village เลย เนื้อดี น้ำจิ้มเด็ด อิ่มจนลืมขยับ แล้วคืนนี้เราพักกันที่ Okinawa Kariyushi LCH Resort โรงแรมริมทะเลบรรยากาศดี เงียบสงบ เป็นจบวันที่สองแบบฟินๆ


Day 3 โลกใต้ทะเลอลังการ และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก
Churaumi Aquarium / Cape Manzamo
• Ocean Blue Cafe
วันที่สามของทริปเราเริ่มกันแบบอลังการด้วยการขับรถขึ้นเหนือไปที่ Okinawa Churaumi Aquarium หนึ่งในอควาเรียมที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น และเคยติดอันดับหนึ่งในอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากที่สุดก็คือ แทงก์น้ำขนาดยักษ์ที่ชื่อว่า Kuroshio Sea ซึ่งเป็นถังเก็บน้ำทะเลที่ใหญ่ระดับมหึมา มีความสูงถึง 8.2 เมตร กว้างกว่า 22 เมตร ภายในมีสัตว์ทะเลหลายสายพันธุ์ ทั้งฉลามวาฬ กระเบนราหู และปลาน้อยใหญ่ว่ายไปมาร่วมกันในแทงก์เดียวแบบสวยงามมาก เหมือนนั่งดูสารคดีอยู่สดๆ ต่อหน้าเลย ที่นี่ไม่ได้มีแค่แทงก์ใหญ่ให้ว้าว แต่ยังมีการจัดแสดงสัตว์ทะเลจากทั้งทะเลลึก ป่าชายเลน และแนวปะการัง รวมไปถึงการออกแบบพื้นที่แบบเปิดโล่ง ให้เรารู้สึกเหมือนได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติของทะเลโอกินาวาจริงๆ










เดินชมกันจนฟินแล้ว เราแวะพักที่ Ocean Blue Cafe ร้านคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ภายในอควาเรียมเลย จุดเด่นของที่นี่คือมีโต๊ะที่อยู่ติดกระจกข้างแทงก์ Kuroshio Sea ซึ่งสามารถนั่งจิบกาแฟไป มองน้องฉลามวาฬว่ายไปมาอย่างใกล้ชิดสุดๆ ค่าโต๊ะอยู่ที่ 500 เยน ต้องจองคิวล่วงหน้าหน่อย แต่คุ้มค่ามาก เพราะได้นั่งดูโลกใต้ทะเลในระยะประชิดแบบไม่มีอะไรมากั้น



หลังจากนั้นเราเดินออกไปยังโซนกลางแจ้งของอควาเรียม ซึ่งจะมี โชว์ปลาโลมา ที่จัดแสดงให้ดูฟรีเป็นรอบๆ ตลอดวัน บรรยากาศริมทะเลโล่งๆ กับโลมาที่กระโดดโชว์อย่างน่ารัก ทำให้เราได้ผ่อนคลายกันอีกรอบก่อนออกเดินทางต่อ



เสร็จจากโซนอควาเรียม เราแวะหาอะไรกินง่ายๆ ที่ Kura Sushi ร้านซูชิสายพานชื่อดังของญี่ปุ่น ที่มีเมนูเยอะมาก ราคาน่ารัก แถมมีเกมลุ้นโชคทุก 5 จาน สนุกทั้งตอนกินและตอนลุ้นของรางวัล




ช่วงเย็นเราขับต่อไปที่ Cape Manzamo หนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของโอกินาวา และเป็นแลนด์มาร์กที่หลายคนไม่พลาด ที่นี่คือแหลมหินที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ จนกลายเป็นหน้าผารูปงวงช้างยื่นออกไปในทะเล จุดชมวิวจะอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ทำให้มองเห็นทะเลจีนตะวันออกแบบกว้างไกล เสน่ห์ของที่นี่คือแสงเย็นที่ตกกระทบผิวน้ำ กับฟ้าสีส้มที่ตัดกับเงาของงวงช้าง เป็นภาพที่โรแมนติกและสงบในเวลาเดียวกัน บางวันคลื่นแรง บางวันลมเบา แต่ไม่ว่าวันไหนก็ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม





จบท้ายของวันที่สามแบบเต็มอิ่ม ได้ทั้งธรรมชาติ คาเฟ่ ของอร่อย และวิวพระอาทิตย์ตกสุดประทับใจ ก่อนจะขับกลับไปนอนพักที่โรงแรมเดิม พร้อมลุยเกาะ Kouri ในวันพรุ่งนี้
Day 4 เปิดประทุนลุยเกาะแห่งความรัก Kouri Island
Kouri Island / Heart Rock / Kouri Shirmp / Mission Beach
• Kouri Island & Kouri Bridge
• 5910 sa-ta-café
• Heart Rock
• Parlor Kuriyamaya
• Kouri Shrimp
• Mission Beach
• Shabu On-Yasai
• พักที่ Toyoko Inn Okinawa Naha Omoromachi Ekimae
วันที่ 4 ของทริป เราเติมสีสันให้ทริปด้วยการเช่ารถ สปอร์ตเปิดประทุน ขับลุยทะเลโอกินาวาแบบสายลมปะทะหน้า รถคันนี้เราเช่าผ่าน Trip.com ในราคาประมาณ 2,xxx บาทต่อวัน ขับสนุกและได้รูปสวยๆ ไปอีกเพียบ จุดหมายหลักของวันนี้คือ เกาะ Kouri (Kouri Island) เกาะเล็กๆ ที่เชื่อมกับเกาะหลักด้วยสะพานยาวกว่า 2 กิโลเมตรที่ชื่อว่า Kouri Bridge เป็นอีกหนึ่งภาพจำของโอกินาวาที่ใครมาก็ต้องข้าม

แผนเดิมของเราคือแวะที่ จุด View Point ก่อนถึงสะพาน ซึ่งสามารถเดินลงไปถ่ายรูปคู่กับสะพานได้แบบมุมสวยๆ แต่พอไปถึงฝนดันตกหนัก เลยเปลี่ยนแผน ขับข้ามสะพานไปเที่ยวบนเกาะกันก่อน
ที่แรกที่เราแวะคือคาเฟ่น่ารักๆ ชื่อว่า 5910 sa-ta-café คาเฟ่เล็กๆ ที่อบอุ่นเหมือนบ้าน มีทั้งที่นั่ง indoor และ outdoor มองเห็นวิวต้นไม้เขียวๆ บวกกับกาแฟหอมๆ และขนมโฮมเมดที่หน้าตาดีไม่แพ้รสชาติ คาเฟ่นี้ให้ฟีลเหมือนนั่งพักในสวนส่วนตัวบนเกาะเลย





ต่อจากคาเฟ่ เราขับไปที่ Heart Rock แลนด์มาร์กชื่อดังของเกาะ Kouri ซึ่งเป็นชายหาดเล็กๆ ที่มีหินธรรมชาติรูปร่างคล้าย "หัวใจ" วางเรียงอยู่กลางทะเลสองก้อน ตั้งอยู่บนหาด Tinu Beach ชาวโอกินาวาเชื่อว่าถ้ามาอธิษฐานขอความรักที่นี่จะสมหวัง เพราะรูปร่างของหินดูเหมือน "หัวใจที่สมบูรณ์" เมื่อมองจากมุมที่ใช่ สวยและโรแมนติกมาก แม้วันที่เราไปฟ้าจะครึ้มๆ แต่น้ำทะเลยังใสจนมองเห็นหินเลย



จากนั้นเราแวะต่อที่ Parlor Kuriyamaya คาเฟ่สีชมพูพาสเทลน่ารักขั้นสุด เห็นจากรูปในเน็ตแล้วต้องมาตามรอย คาเฟ่นี้เล็กๆ แต่ตกแต่งเก๋มาก มีป้ายไฟน่ารักๆ เครื่องดื่มหลากสี และมุมถ่ายรูปแบบนิตยสารญี่ปุ่นเลย เสียดายนิดเดียวคือวันที่เราไปฝนตกตลอด ถ้าแดดออกคงสวยกว่านี้มากๆ แต่ก็ยังประทับใจ




มาถึงเกาะ Kouri ทั้งที จะไม่แวะที่นี่ไม่ได้เลย Kouri Shrimp ร้านกุ้งดังที่ทุกคนแนะนำ เป็น Food Truck สีชมพูริมทางที่ขายข้าวหน้ากุ้งกระเทียมแบบฮาวาย สไตล์ Garlic Shrimp เสิร์ฟบนข้าวสวยร้อนๆ รสชาติเข้มข้น หอมกระเทียมมาก กุ้งสด เนื้อเด้ง กินคำแรกก็ร้องว่าอร่อยเลย สมกับที่รีวิวบอกว่ามาแล้วต้องกิน ใครไม่ชอบกุ้งทอดมีแบบกุ้งเผาให้เลือกด้วย





อิ่มกันแล้ว เราขับรถข้ามกลับมาที่ จุด View Point ก่อนข้ามสะพาน ที่ตอนเช้าแวะไม่ได้ รอบนี้ฟ้าเปิดพอดี เลยได้ภาพสวยๆ คู่กับสะพาน Kouri Bridge สมใจ ทะเลสีฟ้าอมเขียวตัดกับโครงสร้างสะพานขาวๆ คือดีมากจริงๆ



เที่ยวเกาะ Kouri โอกินาว่า
แจกพิกัดเช็คอินบนเกาะ หินรูปหัวใจ ร้าน Kouri Shrimp และคาเฟ่ ครบจบในที่เดียว
ก่อนหมดวัน เราแวะที่ Mission Beach เป็นชายหาดส่วนตัวบรรยากาศเงียบสงบ น้ำใสมาก หาดทรายสีขาวเนียนละเอียด มีโขดหินริมชายฝั่งให้ถ่ายรูปชิคๆ ด้วย บริเวณนี้มีบริการเช่า Paddle board หรือจะเล่นน้ำชิลๆ ก็ได้ เป็นอีกจุดพักก่อนกลับเข้าเมือง





ปิดท้ายวันด้วยบุฟเฟ่ต์จัดเต็มที่ Shabu On-Yasai บุฟเฟ่ต์ชาบูที่มีทั้งเนื้อ หมู ไก่ ซีฟู้ด ผักสดๆ น้ำจิ้มหลากหลาย และมีของหวานตบท้ายด้วย ราคาดี รสชาติดี นั่งกินแบบฟินๆ จนท้องแน่น แล้วก็กลับไปนอนพักที่ Toyoko Inn Okinawa Naha Omoromachi Ekimae โรงแรมย่านตัวเมืองที่เดินทางสะดวก พักสบาย พร้อมลุยวันสุดท้ายของทริปพรุ่งนี้!


Day 5 ซาซิมิฉ่ำๆ คาเฟ่สุดฮิป และบอกลาโอกินาว่า
Tomari Iyumachi Fish Market / Minatogawa Stateside Town / Kokusai Dori Street
• Tomari Iyumachi Fish Market
• Minatogawa Stateside Town
• Kokusai Dori Street
• คืนรถเช่า มีรถจากบริษัทรถเช่าไปส่งที่สนามบิน
• เดินทางจาก Okinawa > Bangkok
วันสุดท้ายของทริปแล้ว เวลาผ่านไปไวมาก เริ่มต้นเช้าวันกลับด้วยการแวะไปหาของอร่อยลงท้องกันที่ Tomari Iyumachi Fish Market ตลาดปลาอีกแห่งของเมืองนาฮะ ที่นี่จะเน้นขายส่งและขายปลีกแบบจริงจังมาก ซาชิมิ แซลมอน ทูน่า คือสดเด้งสุดๆ แพ็คมาในกล่องพร้อมทาน ซื้อแล้วมายืนกินที่โต๊ะด้านนอกได้เลย ราคาดีงามมาก













อิ่มท้องแล้วเราก็ขับรถไปแวะชิลๆ กันต่อที่ Minatogawa Stateside Town ย่านคาเฟ่สุดฮิปที่รีโนเวทมาจากบ้านพักทหารอเมริกันยุค 60s บรรยากาศน่ารักมาก ตึกสีพาสเทล ถ่ายรูปสวยทุกมุม แวะจิบกาแฟ กินขนมคานาเล่ เป็นการเดินเล่นทิ้งทวนความชิคของทริปนี้








ช่วงบ่ายเรากลับเข้ามาในตัวเมืองเพื่อเก็บตกของฝากกันที่ถนน Kokusai Dori Street เดินช้อปดองกิ ซื้อทาร์ตมันม่วง และสอยของที่ระลึกกระจุกกระจิกจนเต็มกระเป๋า พอช้อปเสร็จก็ได้เวลาเอารถไปคืนที่ออฟฟิศบริษัทเช่ารถ ซึ่งเค้าก็จะมีรถตู้คอยบริการไปส่งเราถึงหน้าอาคารผู้โดยสารที่สนามบินเลย สะดวกสุดๆ ปิดทริปโอกินาว่า 5 วัน 4 คืน แล้วเดินทางกลับกรุงเทพฯ แบบสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจเต็มเปี่ยม








Kokusai Dori โอกินาว่า
ถนนช้อปปิ้งสายมหัศจรรย์ เดินเพลิน กินอร่อย ช้อปของฝากครบจบในที่เดียว
แนะนำที่พักใน Okinawa ฉบับนอนจริง รีวิวจริง!
ทริปนี้เราย้ายที่นอนกัน 3 ที่ เพื่อให้ตอบโจทย์กับแผนการเดินทางในแต่ละวัน มาดูกันว่าแต่ละที่มีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง
1. Hotel Art Stay Naha Kokusai St.
โรงแรมคืนแรกของเรา ตอบโจทย์คนที่อยากได้ความคึกคักและเดินช้อปปิ้งง่ายๆ เพราะโลเคชั่นดีงามมาก
พิกัดโซน : อยู่ในตัวเมืองนาฮะ ตั้งอยู่บนถนน Kokusai Dori เลย
ข้อดี : เดินทางสะดวกมาก ลงมาปุ๊บก็เจอแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารเลย รอบๆ มีของกินเพียบ ตรงล็อบบี้มีบริการเครื่องดื่มฟรีตลอดด้วย
ข้อเสีย : ห้องพักมีขนาดค่อนข้างเล็กตามสไตล์โรงแรมในเมืองญี่ปุ่น และถ้าเช่ารถมาอาจจะต้องหาที่จอดรถแบบเสียเงินบริเวณใกล้เคียง
Google Maps : ดูแผนที่
ทางไปจอง : Hotel Art Stay Naha Kokusai St.



2. Okinawa Kariyushi LCH Resort
ขยับออกมารับลมทะเลกันบ้าง ที่นี่เป็นรีสอร์ทบรรยากาศดีที่ราคาเป็นมิตร เหมาะกับวันที่ขับรถเที่ยวทางตอนกลางถึงตอนเหนือของเกาะ
พิกัดโซน : Kariyushi Beach (แถวหมู่บ้าน Onna/Nago)
ข้อดี : วิวสวย บรรยากาศเงียบสงบ ได้ฟีลพักผ่อนริมทะเลจริงๆ ห้องพักสะอาด และราคาสบายกระเป๋ามากเมื่อเทียบกับรีสอร์ทระดับเดียวกัน
ข้อเสีย : โลเคชั่นค่อนข้างไกลจากแหล่งตัวเมือง ถ้าไม่มีรถเช่าอาจจะเดินทางเข้าออกลำบากนิดนึง และสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
Google Maps : ดูแผนที่
ทางไปจอง : Okinawa Kariyushi LCH Resort


3. Toyoko Inn Okinawa Naha Omoromachi Ekimae
กลับเข้ามานอนในเมืองคืนสุดท้าย เน้นความสะดวกในการแพ็คกระเป๋าและการเดินทางในวันกลับ
พิกัดโซน : ย่าน Omoromachi (โซนเมืองใหม่ของนาฮะ)
ข้อดี : อยู่ใกล้สถานีรถไฟโมโนเรล (สถานี Omoromachi) เดินทางสะดวกมาก บริเวณรอบๆ มีห้างและร้านค้า มีอาหารเช้าฟรีให้บริการ เป็นมาตรฐาน Business Hotel ที่ไว้ใจได้
ข้อเสีย : บรรยากาศโรงแรมจะดูเป็นทางการ ไม่ได้มีวิวหรือมุมถ่ายรูปสวยๆ และห้องพักมีขนาดกะทัดรัด
Google Maps : ดูแผนที่
ทางไปจอง : Toyoko Inn Okinawa Naha Omoromachi Ekimae


สรุปส่งท้าย
Okinawa เป็นเมืองที่เที่ยวสนุกมากกกก เป็นญี่ปุ่นในมู้ดที่ผ่อนคลาย ขับรถเปิดหน้าต่างรับลมทะเล แวะกินอาหารอร่อยๆ คาเฟ่น่ารักๆ มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะแยะไปหมด การเช่ารถขับเองก็ทำได้ง่ายและทำให้แพลนเที่ยวไหลลื่นสุดๆ ใครที่ลังเลอยู่บอกเลยว่าต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าทำไมเราถึงอยากกลับไปโอกินาว่าอีก ทริปหน้าเจอกันใหม่นะโอกินาว่า!
*จองขั้นต่ำ 1,500 บาท ส่วนลดสูงสุด 300 บาท
ชอบคอนเท้นแบบนี้ ฝากติดตามผลงานของเราช่องทางอื่นๆ ด้วยนะคะ 🥰
Tik tok : https://tiktok.com/@tiewjourney
YouTube : https://youtube.com/c/tiewjourney
















ความคิดเห็น